ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Tirzepatide ช่วยควบคุมน้ำหนักอย่างไร? พร้อม 6 เรื่องต้องรู้ก่อนใช้

Tirzepatide เป็นยาฉีดสัปดาห์ละครั้งที่มีส่วนช่วยควบคุมความอยากอาหาร เพิ่มความรู้สึกอิ่ม และสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักเมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม แต่ก่อนเริ่มใช้จำเป็นต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ รวมถึงทำความเข้าใจวิธีใช้ การเก็บรักษา และข้อควรระวังอย่างถูกต้อง

ทีมแพทย์ Dr. KIM Clinicเขียนและตรวจทานโดย นพ.พงศ์พันธ์ ศิรินภาพันธ์ (ว.49913)อ่านประมาณ 7 นาทีอัปเดต 18 สิงหาคม 2569
ในบทความนี้

Tirzepatide คืออะไร?

Tirzepatide เป็นตัวยาสำคัญในยาชื่อการค้า Mounjaro มีลักษณะเป็นยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง ออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมนในกลุ่ม GIP และ GLP-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาล ความอยากอาหาร และความรู้สึกอิ่ม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยระบุข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และใช้ควบคุมหรือลดน้ำหนักร่วมกับการลดแคลอรีในอาหารและเพิ่มการออกกำลังกาย ในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับโรคที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยหนึ่งโรค ทั้งนี้ Mounjaro จัดเป็นยาควบคุมพิเศษและต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนยาจาก อย.

Tirzepatide ช่วยควบคุมน้ำหนักอย่างไร?

ยามีส่วนช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มได้นานขึ้น และลดพฤติกรรมกินจุกจิกระหว่างวัน นอกจากนี้ยังทำให้กระเพาะอาหารระบายอาหารช้าลง จึงอาจช่วยให้ควบคุมปริมาณอาหารและพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

Tirzepatide ยังมีบทบาทต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและกระบวนการเผาผลาญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคเบาหวานประเภทที่ 2 หรือมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวข้องกับน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม ยาไม่สามารถทดแทนการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการปรับพฤติกรรมในระยะยาวได้

ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเริ่มต้น โรคประจำตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต ขนาดยาที่เหมาะสม และการตอบสนองของร่างกาย จึงไม่ควรซื้อยา ใช้ยา หรือเพิ่มขนาดยาด้วยตนเอง

6 เรื่องต้องรู้ก่อนใช้ Tirzepatide

1. หากลืมฉีดควรทำอย่างไร?

หากลืมฉีดยาตามวันที่กำหนด และยังไม่เกิน 4 วันหรือ 96 ชั่วโมง สามารถฉีดทันทีที่นึกได้ จากนั้นกลับเข้าสู่ตารางฉีดสัปดาห์ละครั้งตามเดิม

หากเลยมาแล้วมากกว่า 4 วัน ให้ข้ามเข็มที่ลืมและฉีดเข็มถัดไปในวันตามกำหนด ห้ามฉีดชดเชยสองเข็ม และไม่ควรฉีดสองครั้งห่างกันน้อยกว่า 3 วันหรือ 72 ชั่วโมง เอกสารกำกับยา Mounjaro ฉบับล่าสุดจาก FDA

2. สามารถเปลี่ยนวันฉีดได้หรือไม่?

สามารถเปลี่ยนวันฉีดประจำสัปดาห์ได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดสองครั้งอย่างน้อย 3 วันหรือ 72 ชั่วโมง เมื่อเลือกวันใหม่แล้วควรฉีดในวันดังกล่าวเป็นประจำทุกสัปดาห์

ยาสามารถฉีดได้ทุกช่วงเวลาของวัน และฉีดได้ทั้งก่อนหรือหลังอาหาร แต่ควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์และไม่เปลี่ยนตารางบ่อยโดยไม่จำเป็น

3. ต้องเก็บยาอย่างไร?

ปากกาที่ยังไม่ได้เปิดใช้ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2–8 องศาเซลเซียส เก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมเพื่อป้องกันแสง และห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง

หากยาถูกแช่แข็ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ แม้ยาจะละลายแล้วก็ตาม สำหรับปากกาที่เปิดใช้งานแล้ว ระยะเวลาและอุณหภูมิในการเก็บอาจแตกต่างตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ จึงควรตรวจสอบเอกสารกำกับยาที่ได้รับและสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร คำแนะนำการเก็บ Mounjaro KwikPen จากผู้ผลิต

4. อาจมีผลต่อประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน

Tirzepatide ทำให้กระเพาะอาหารระบายอาหารช้าลง จึงอาจลดการดูดซึมและประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยาและหลังเพิ่มขนาดยา

ผู้ที่ใช้ยาคุมชนิดรับประทานควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดที่ไม่ใช่ชนิดรับประทาน หรือใช้วิธีป้องกันเพิ่มเติม เช่น ถุงยางอนามัย เป็นเวลา 4 สัปดาห์หลังเริ่มยา และอีก 4 สัปดาห์หลังการเพิ่มขนาดยาทุกครั้ง

หากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ทันทีและไม่ควรตัดสินใจใช้หรือหยุดยาด้วยตนเอง

5. ต้องแจ้งแพทย์ก่อนผ่าตัด ดมยา หรือทำหัตถการ

เนื่องจากยาทำให้กระเพาะอาหารระบายอาหารช้าลง อาจเพิ่มความเสี่ยงที่อาหารหรือของเหลวในกระเพาะจะย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจระหว่างการดมยาสลบหรือให้ยาระงับความรู้สึกระดับลึก

ผู้ใช้ยาจึงต้องแจ้งศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการทุกครั้ง ไม่ควรหยุดยาหรือกำหนดระยะเว้นยาเอง เพราะระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดหัตถการ อาการของผู้ป่วย และการประเมินของทีมแพทย์

6. อาการแบบไหนควรหยุดยาและพบแพทย์?

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก เบื่ออาหาร แน่นท้อง และปวดท้อง โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้หรือเพิ่มขนาดยา

ควรติดต่อแพทย์โดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง หรือปวดร้าวไปด้านหลัง

  • อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงจนรับประทานอาหารและน้ำไม่ได้

  • เวียนศีรษะมาก ปัสสาวะน้อย หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ

  • ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอบวม หายใจหรือกลืนลำบาก

  • ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือสงสัยความผิดปกติของถุงน้ำดี

  • ระดับน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ร่วมกับอินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย

  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงผิดปกติ

ใครบ้างที่ต้องแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบเป็นพิเศษ?

ก่อนเริ่มใช้ยาควรแจ้งแพทย์หากมีประวัติหรือภาวะต่อไปนี้

  • เคยแพ้ Tirzepatide หรือส่วนประกอบของยา

  • ตนเองหรือบุคคลในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma

  • มีภาวะ Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2

  • เคยเป็นตับอ่อนอักเสบ โรคถุงน้ำดี หรือมีปัญหาระบบทางเดินอาหารรุนแรง

  • มีโรคไต ภาวะขาดน้ำ หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

  • กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

  • ใช้อินซูลิน ยาลดน้ำตาล ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน หรือยาที่ต้องควบคุมระดับในเลือดอย่างใกล้ชิด

สรุปและปิดท้ายสำหรับ Dr.Kim Clinic

Tirzepatide อาจเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำหรับการควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม แต่ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักที่ทุกคนสามารถใช้ได้ และไม่ควรใช้โดยอาศัยคำแนะนำจากสื่อออนไลน์เพียงอย่างเดียว การดูแลที่ปลอดภัยต้องเริ่มจากการประเมินสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคลโดยแพทย์

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักด้วยตนเองแล้วยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถเข้ารับคำปรึกษาที่ Dr.Kim Clinic เพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล โดยการเลือกวิธีรักษาและการใช้ยาทุกชนิดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อ่านต่อ: ปากกาลดน้ำหนัก เชียงใหม่ ที่ไหนดี? เทียบราคา Mounjaro ทุกโดส และ 6 ข้อต้องเช็กก่อนเลือกคลินิก

แชร์บทความนี้

ปรึกษาแพทย์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดหรือประเมินเคสของคุณกับหมอคิมได้โดยตรง

ทักไลน์ปรึกษาฟรี
กลับไปหน้าบทความ
จองคิวผ่านไลน์