ในบทความนี้
Redensity 1 Beauty Booster คืออะไร?
เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจากอายุที่เพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวอาจเริ่มดูแห้ง หมอง ไม่เรียบเนียน และเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ชัดขึ้น แม้จะดูแลด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำ แต่ในบางกรณีอาจยังไม่ตอบโจทย์การดูแลผิวในชั้นที่ลึกขึ้น
TEOSYAL® PureSense Redensity 1 หรือที่รู้จักในชื่อ Redensity 1 Beauty Booster เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดฉีดที่ออกแบบมาเพื่อดูแล “คุณภาพผิว” โดยเฉพาะ มีไฮยาลูรอนิก แอซิดชนิดไม่เชื่อมขวาง ความเข้มข้น 15 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร พร้อมส่วนประกอบในกลุ่ม Dermostructuring Complex
จุดประสงค์หลักของโปรแกรมนี้ไม่ใช่การเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า แต่เน้นเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน สดใส และมีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน

Redensity 1 ช่วยดูแลปัญหาผิวด้านใดบ้าง?
Redensity 1 Beauty Booster เหมาะสำหรับการดูแลปัญหาผิวหลายด้าน ได้แก่
ช่วยเติมและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านดูอิ่มน้ำมากขึ้น
ช่วยให้ผิวสัมผัสดูเรียบเนียนขึ้น
ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากความแห้งและสัญญาณของวัย
ฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้าและขาดความสดใส
ช่วยให้ภาพรวมของผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
บริเวณที่สามารถประเมินเพื่อทำโปรแกรมได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะใบหน้า แต่ยังรวมถึงบริเวณรอบดวงตาด้านข้าง ลำคอ และเนินอก ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมของแต่ละบริเวณก่อนทำ
Redensity 1 เหมาะกับใคร?
โปรแกรมนี้อาจเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะผิวดังต่อไปนี้
ผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น
ผิวดูหมองและไม่สดใส
ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน
เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ
ผิวดูเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนน้อย
ต้องการดูแลผิวโดยไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มหรือเปลี่ยนรูปหน้า
ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือเนินอก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวของแต่ละคนมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ตรวจประเมินสภาพผิวก่อนวางแผนการรักษา

Redensity 1 ต่างจากฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าอย่างไร?
แม้ Redensity 1 จะมีส่วนประกอบหลักเป็นไฮยาลูรอนิก แอซิดเช่นเดียวกับฟิลเลอร์หลายชนิด แต่มีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ามักใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม หรือปรับสัดส่วนของใบหน้า ส่วน Redensity 1 เน้นกระจายตัวเพื่อดูแลคุณภาพผิว เติมความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูดีขึ้นโดยไม่ได้ต้องการเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด
ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
จำนวนครั้งและปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ บริเวณที่ทำ และเป้าหมายของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการทำโปรแกรมให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตระบุว่า Redensity 1 มีอายุของผลิตภัณฑ์ในร่างกายโดยประมาณอย่างน้อย 3 เดือน แต่ผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นและระยะเวลาที่คงอยู่จริงอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว ปริมาณที่ใช้ เทคนิคของแพทย์ ระบบเผาผลาญ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
หลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร?
หลังทำอาจพบรอยแดง บวม ตึง เจ็บเล็กน้อย รอยช้ำ หรือตุ่มนูนบริเวณจุดฉีดได้ชั่วคราว อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
คำแนะนำเบื้องต้นหลังทำ ได้แก่
งดแต่งหน้าและออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ทำโดยไม่จำเป็น
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด รังสียูวี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า และความร้อนสูงในช่วงสัปดาห์แรก
งดทำหัตถการความงามอื่นหรือทำฟันในช่วงประมาณ 15 วันหลังทำ
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวซีดผิดปกติ สีผิวเปลี่ยน บวมแดงมากขึ้น มีปัญหาด้านการมองเห็น หรือพบอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที
ใครบ้างที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ?
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ มีประวัติแพ้ไฮยาลูรอนิก แอซิดหรือลิโดเคน มีโรคประจำตัว โรคภูมิคุ้มกัน หรือกำลังใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการ
ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์ อัลตราซาวด์ ทรีตเมนต์ลอกผิว หัตถการความงาม หรือทำฟันมาไม่นาน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนทำเช่นกัน
สรุป Redensity 1 Beauty Booster
Redensity 1 Beauty Booster เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแห้ง หมอง และมีริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเน้นการเติมความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิว มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มหรือเปลี่ยนรูปหน้า
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและลดความเสี่ยงจากการฉีด ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ รับบริการกับแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรม และให้แพทย์ประเมินปัญหาผิวก่อนวางแผนการรักษาทุกครั้ง
สนใจโปรแกรม Redensity 1 Beauty Booster สามารถนัดหมายเพื่อรับการประเมินสภาพผิวและวางแผนการดูแลเฉพาะบุคคลกับแพทย์ที่ Dr.Kim Clinic ได้
หมายเหตุ: ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โปรแกรมนี้เป็นหัตถการทางการแพทย์ ควรรับบริการโดยแพทย์และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
แชร์บทความนี้
ปรึกษาแพทย์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดหรือประเมินเคสของคุณกับหมอคิมได้โดยตรง
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
