ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Neuramis แต่ละกล่องต่างกันอย่างไร? กล่องดำ–กล่องทอง เติมตรงไหนดี

ทำความรู้จักฟิลเลอร์ Neuramis รุ่นยอดนิยม ทั้ง Neuramis Deep กล่องดำ และ Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง แตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน พร้อมข้อควรรู้ก่อนเลือกฉีดฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่ง

ทีมแพทย์ Dr. KIM Clinicเขียนและตรวจทานโดย นพ.พงศ์พันธ์ ศิรินภาพันธ์ (ว.49913)อ่านประมาณ 7 นาทีอัปเดต 18 สิงหาคม 2569
ในบทความนี้

Neuramis คืออะไร?

Neuramis เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือ HA ผลิตโดยบริษัท Medytox จากประเทศเกาหลีใต้ ใช้สำหรับเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก และปริมาตรที่ลดลง รวมถึงช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้าในบางตำแหน่ง

Neuramis มีหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน รุ่นที่คนไทยคุ้นเคย ได้แก่ Neuramis Deep หรือที่เรียกกันว่า “กล่องดำ” และ Neuramis Volume Lidocaine หรือ “กล่องทอง”

แต่จุดสำคัญคือ สีของกล่องไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าต้องฉีดตรงไหน แพทย์ต้องพิจารณาความแน่นของเนื้อผลิตภัณฑ์ ชั้นผิว โครงสร้างใบหน้า ปัญหาของคนไข้ และผลลัพธ์ที่ต้องการร่วมกัน

Neuramis Deep กล่องดำ เหมาะกับปัญหาแบบไหน?

Neuramis Deep เป็นรุ่นที่ผู้ผลิตระบุสำหรับดูแลริ้วรอยลึกบนใบหน้า โดยเฉพาะร่องแก้มหรือร่องที่เกิดจากการยุบตัวและการเคลื่อนไหวของใบหน้า

แพทย์อาจพิจารณาใช้ในบริเวณต่าง ๆ เช่น

  • ร่องแก้มและร่องลึกบนใบหน้า

  • เติมปากหรือปรับขอบปากในบางกรณี

  • เติมคางเพื่อปรับสัดส่วนเล็กน้อย

  • เติมขมับหรือบริเวณที่ยุบตัว

  • ปรับกรอบหน้าเฉพาะจุด

แม้ Neuramis Deep จะใช้งานได้หลากหลาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกตำแหน่งหรือทุกคน โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา หน้าผาก และขมับ ซึ่งมีโครงสร้างหลอดเลือดซับซ้อน ต้องให้แพทย์ประเมินชนิดฟิลเลอร์และเทคนิคอย่างละเอียด

Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง เหมาะกับปัญหาแบบไหน?

Neuramis Volume Lidocaine เป็นรุ่นที่ผู้ผลิตพัฒนาสำหรับเพิ่มปริมาตรบริเวณช่วงกลางใบหน้า พร้อมส่วนผสมของลิโดเคนที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด

แพทย์อาจพิจารณารุ่นนี้ในบริเวณที่ต้องการเติมปริมาตรหรือสร้างโครงหน้า เช่น

  • แก้มตอบหรือบริเวณกลางใบหน้าที่ยุบตัว

  • โหนกแก้มและหน้าแก้ม

  • ขมับตอบ

  • คางและกรอบหน้าในบางกรณี

  • หน้าผากเมื่อผ่านการประเมินอย่างเหมาะสม

การใช้ฟิลเลอร์รุ่น Volume ไม่ได้แปลว่าจะทำให้หน้าดูใหญ่หรือแข็งเสมอไป หากเลือกปริมาณและวางผลิตภัณฑ์ถูกชั้น จะช่วยคืนความสมดุลให้ใบหน้าโดยไม่จำเป็นต้องเติมจนเห็นการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป

กล่องดำกับกล่องทอง ต่างกันอย่างไร?

Neuramis Deep กล่องดำ

เหมาะกับการดูแลริ้วรอยและร่องลึก เช่น ร่องแก้ม รวมถึงการเติมหรือปรับรายละเอียดของใบหน้าในบางตำแหน่งตามการประเมินของแพทย์

Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง

เน้นการเติมปริมาตรบริเวณกลางใบหน้าและตำแหน่งที่ต้องการการพยุงรูปทรงมากขึ้น พร้อมลิโดเคนเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกฟิลเลอร์จากคำว่า Deep หรือ Volume เพียงอย่างเดียว เพราะบางตำแหน่งอาจใช้ได้มากกว่าหนึ่งรุ่น ขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อเยื่อ ความลึกของชั้นที่ฉีด และเทคนิคของแพทย์

ทำไมตำแหน่งเดียวกันจึงอาจใช้ฟิลเลอร์ต่างรุ่นกัน?

ใบหน้าของแต่ละคนไม่ได้มีปัญหาเหมือนกัน แม้จะต้องการเติมบริเวณเดียวกันก็ตาม ตัวอย่างเช่น คนที่มีร่องแก้มจากการยุบตัวของหน้าแก้ม อาจต้องเติมพยุงบริเวณกลางใบหน้าก่อน ไม่ใช่ฉีดลงไปในร่องแก้มโดยตรงเพียงอย่างเดียว

แพทย์จึงต้องประเมินหลายปัจจัย ได้แก่

  • สาเหตุของร่องลึกหรือความยุบตัว

  • ความหนาของผิวและชั้นไขมัน

  • โครงกระดูกและสัดส่วนใบหน้า

  • การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

  • ความแน่นและการกระจายตัวของฟิลเลอร์

  • ปริมาณที่เหมาะสม

  • ความเสี่ยงของหลอดเลือดในแต่ละตำแหน่ง

ดังนั้น การถามว่า “กล่องไหนดีที่สุด” อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง เพราะฟิลเลอร์ที่เหมาะที่สุดคือรุ่นที่ตรงกับปัญหา โครงสร้าง และตำแหน่งของแต่ละคน

เติมใต้ตา หน้าผาก หรือขมับ ใช้รุ่นไหน?

บริเวณใต้ตา หน้าผากและขมับเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง ไม่ควรเลือกจากภาพโฆษณาหรือสีของกล่องเพียงอย่างเดียว

โดยเฉพาะใต้ตา ซึ่งมีผิวบาง หากเลือกผลิตภัณฑ์หรือวางผิดชั้น อาจเกิดอาการบวม เป็นก้อน หรือมองเห็นสีของฟิลเลอร์ผ่านผิวได้ ส่วนหน้าผากและขมับมีหลอดเลือดสำคัญหลายตำแหน่ง จึงต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคและเทคนิคของแพทย์

แพทย์อาจเลือกใช้ Neuramis รุ่นอื่น หรือพิจารณาว่าไม่ควรเติมในบางกรณีก็ได้ หลังจากประเมินความเสี่ยงและความเหมาะสมแล้ว

ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์เป็นผลลัพธ์ชั่วคราว ระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันตามรุ่น ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ เทคนิคของแพทย์ ระบบเผาผลาญ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ริมฝีปาก อาจสลายเร็วกว่าแก้ม คาง หรือบริเวณที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า จึงไม่ควรใช้ตัวเลขระยะเวลาเดียวตัดสินทุกตำแหน่ง

หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการอะไรบ้าง?

หลังฉีดอาจพบอาการบวม แดง เจ็บ ตึง หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีดได้ชั่วคราว อาการมักค่อย ๆ ลดลง แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจัดทรงฟิลเลอร์ด้วยตัวเอง

หากมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผิวซีด ผิวคล้ำเป็นลาย สีผิวเปลี่ยนผิดปกติ หรือมีอาการด้านการมองเห็น ต้องติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ก่อนรับบริการควรตรวจสอบดังนี้

  • ให้แพทย์ประเมินใบหน้าและเป็นผู้ฉีด

  • เลือกผลิตภัณฑ์ของแท้จากแหล่งที่ตรวจสอบได้

  • ตรวจชื่อรุ่น เลขล็อตและวันหมดอายุบนกล่อง

  • ให้เปิดกล่องและหลอดใหม่ต่อหน้า

  • ผลิตภัณฑ์หนึ่งหลอดต้องใช้กับคนไข้เพียงคนเดียว

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยาและยาที่ใช้อยู่

  • แจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการบริเวณนั้นทั้งหมด

Neuramis บรรจุผลิตภัณฑ์ขนาด 1 มิลลิลิตร และเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดปลอดเชื้อสำหรับใช้ครั้งเดียว จึงไม่ควรแบ่งหลอดหรือเก็บผลิตภัณฑ์ที่เหลือไว้ใช้ครั้งต่อไป

สรุป Neuramis กล่องดำและกล่องทอง เลือกแบบไหนดี?

Neuramis Deep กล่องดำ เน้นการดูแลริ้วรอยและร่องลึก ส่วน Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง เน้นการเติมปริมาตรบริเวณกลางใบหน้าและตำแหน่งที่ต้องการการพยุงมากขึ้น

แต่การเลือกฟิลเลอร์ไม่ควรดูจากสีของกล่องหรือเลือกตามตำแหน่งในตารางเพียงอย่างเดียว เพราะตำแหน่งเดียวกันอาจต้องใช้คนละรุ่นในคนไข้แต่ละคน และบางกรณีอาจไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์เลย

สามารถนัดประเมินรูปหน้าและวางแผนเลือกฟิลเลอร์ Neuramis ให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคลกับแพทย์ที่ Dr.Kim Clinic ได้

หมายเหตุ: ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงและควรดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

แชร์บทความนี้

ปรึกษาแพทย์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดหรือประเมินเคสของคุณกับหมอคิมได้โดยตรง

ทักไลน์ปรึกษาฟรี
กลับไปหน้าบทความ
จองคิวผ่านไลน์