ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

หน้าหย่อน แก้มห้อย ควรทำ HIFU หรือ RF? เทียบชัด Liftera 2 vs Coolfase

หน้าหย่อน แก้มห้อย เหมาะกับ HIFU หรือ RF? เทียบ Liftera 2 กับ Coolfase ต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร ทำไมทำคู่กันได้ผลกว่า โดยแพทย์ที่ใช้ทั้งสองเครื่องจริง

ทีมแพทย์ Dr. KIM Clinicเขียนและตรวจทานโดย นพ.พงศ์พันธ์ ศิรินภาพันธ์ (ว.49913)อ่านประมาณ 12 นาทีอัปเดต 29 สิงหาคม 2569
ในบทความนี้

สรุปสั้น: หน้าหย่อนแก้มห้อยควรเลือก HIFU หรือ RF ขึ้นกับว่าปัญหาอยู่ชั้นไหน — ที่ Dr. KIM Clinic เชียงใหม่ (ต.วัดเกต) มีทั้ง Liftera 2 (HIFU ลงลึกถึงชั้น SMAS) และ Coolfase (RF จัดการไขมันและกระชับผิว) แพทย์ (ว.49913) ประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง — บทความนี้เทียบสองเครื่องแบบละเอียด บอกว่าเคสแบบไหนเหมาะกับอะไร และทำไมบางเคสทำคู่กันได้ผลกว่า

ถ้าคุณเริ่มสังเกตว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม แก้มเริ่มห้อยลงมา หรือเห็นเหนียงในรูปถ่ายด้านข้าง แล้วลองหาข้อมูลดู คุณจะเจอสองคำนี้เสมอคือ HIFU กับ RF

ปัญหาคือแต่ละคลินิกมักเชียร์เครื่องที่ตัวเองมี ทำให้คนไข้ตัดสินใจยากว่าตกลงควรเลือกอะไร

บทความนี้จะเล่าตรง ๆ จากคลินิกที่มีทั้งสองเครื่องและใช้จริงทั้งคู่ คือ Liftera 2 (HIFU) และ Coolfase (Monopolar RF) หมอคิมจะเล่าให้ฟังว่าเคสแบบไหนควรใช้ตัวไหน และทำไมบางเคสถึงแนะนำให้ทำคู่กันครับ

หน้าหย่อนเกิดจากอะไร? ปัญหาอยู่คนละชั้นผิว วิธีแก้จึงต่างกัน

ก่อนจะเลือกเครื่อง ต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า “หน้าหย่อน” ที่เราพูดถึงจริง ๆ แล้วเกิดได้จากคนละสาเหตุ และอยู่คนละชั้นของผิวหนัง

ชั้นที่มีปัญหาอาการที่เห็นจากภายนอก
ชั้น SMAS
(ชั้นเนื้อเยื่อลึกที่พยุงใบหน้า)
กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตกลงมา มุมปากตก เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงในการผ่าตัดดึงหน้า
ชั้นไขมันใต้ผิวหนังแก้มดูแน่นหนา หน้าดูใหญ่ เหนียงชัด ทั้งที่น้ำหนักตัวไม่ได้มาก
ชั้นหนังแท้ผิวไม่เฟิร์ม ขาดความตึง รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยตื้น ๆ เริ่มปรากฏ

นี่คือเหตุผลที่บางคนทำเครื่องกระชับแล้ว “รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นผล” — ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่ดี แต่เพราะปัญหาจริงของเขาอยู่คนละชั้นกับที่เครื่องนั้นทำงาน

HIFU คืออะไร ทำงานอย่างไร — เจาะลึก Liftera 2

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) คือการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงโฟกัสลงไปเป็นจุด เมื่อคลื่นเสียงรวมตัวกันที่ระดับความลึกที่กำหนด จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้เนื้อเยื่อในจุดนั้นหดตัวและตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน

จุดเด่นคือลงลึกถึงชั้น SMAS ได้ โดยไม่ทำอันตรายผิวชั้นบน จึงเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เรื่อง “การยก” โดยตรง

ทำไมเราเลือก Liftera 2

  • เทคโนโลยี TDT (Thermal Diffusion Treatment) — กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอและเสถียรกว่า HIFU รุ่นเดิม ทำให้ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำลดลงอย่างชัดเจน
  • หัว Line — ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ใช้กับบริเวณกว้างอย่างหน้าแก้ม กรอบหน้า และคอ เพื่อการยกกระชับระยะยาว
  • หัว Pen — เก็บรายละเอียดจุดเล็กที่หัวใหญ่เข้าไม่ถึง เช่น ใต้ตา หางคิ้ว ร่องแก้ม และรอบจมูก

RF คืออะไร ทำงานอย่างไร — เจาะลึก Coolfase

RF (Radio Frequency) คือการใช้คลื่นวิทยุส่งความร้อนลงสู่ผิว ต่างจาก HIFU ตรงที่ RF ไม่ได้โฟกัสเป็นจุดลึก แต่ กระจายความร้อนในวงกว้าง ครอบคลุมชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

ผลที่ได้จึงเป็นสองอย่างพร้อมกัน คือกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดกระชับตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมช่วยจัดการไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ทำ

ทำไมเราเลือก Coolfase

  • Direct Contact Cooling — ระบบทำความเย็นที่หัวทรีตเมนต์ทำงานตลอดการรักษา ปกป้องผิวชั้นบนไม่ให้ร้อนเกิน ทำแล้วสบายผิวกว่า
  • Real-time Temperature Sensor — เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวได้ขณะทำแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ปล่อยพลังงานได้แม่นยำและปลอดภัย
  • จัดการไขมันและกระชับผิวในครั้งเดียว — ตอบโจทย์คนที่ปัญหาหลักคือ “หน้าดูแน่น” ไม่ใช่แค่ “หน้าหย่อน”

ตารางเทียบชัด — HIFU (Liftera 2) vs RF (Coolfase)

หัวข้อHIFU — Liftera 2RF — Coolfase
ชนิดพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูง โฟกัสเป็นจุดคลื่นวิทยุ กระจายเป็นวงกว้าง
ชั้นผิวที่ทำงานลงลึกถึงชั้น SMASชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
จุดแข็งหลักยกกระชับ จัดกรอบหน้าให้คมชัดสลายไขมัน ทำให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น
เหมาะกับปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย ผิวตกย้อยจากชั้นลึกแก้มแน่นเป็นไขมัน เหนียง ผิวขาดความเฟิร์ม รูขุมขนกว้าง
ความรู้สึกระหว่างทำรู้สึกจี๊ดเป็นจุด เทคโนโลยี TDT ช่วยให้เจ็บน้อยกว่ารุ่นเดิมมากรู้สึกอุ่นกระจายตัว มีระบบทำความเย็นที่หัวช่วยตลอดการทำ
ลักษณะการเห็นผลรู้สึกได้บ้างทันที และชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ผิวรู้สึกแน่นกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรก และดีขึ้นต่อเนื่อง
ความถี่ในการทำซ้ำเว้นระยะได้นานกว่า เหมาะกับคนไม่มีเวลามาบ่อยทำเป็นคอร์สต่อเนื่องจะเห็นผลชัดกว่า
ราคาที่คลินิกยกกระชับหน้า 1200 shots 6,990 บาท · คอหงส์ 1000 shots 5,990 บาท (แถม 1000 shots)200 shots 9,990 บาท

ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นประจำเดือน · ระยะเวลาการเห็นผลและการคงอยู่ของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดูบริการเครื่องมือทั้งหมดได้ที่หน้า Energy-Based Device

เลือกยังไงให้ตรงปัญหา — เช็กจากอาการของคุณ

ถ้าคำตอบคือ “กรอบหน้าหายไป แก้มตกลงมา” → HIFU

อาการแบบนี้ปัญหาอยู่ที่ชั้นลึก คือโครงสร้างที่พยุงใบหน้าเริ่มหย่อน สิ่งที่ต้องการคือการยกจากชั้น SMAS ซึ่งเป็นสิ่งที่ HIFU ทำได้โดยตรง

ถ้าคำตอบคือ “หน้าดูแน่นหนา ไม่ได้หย่อนแต่ดูใหญ่” → RF

ถ้าลองใช้มือดันแก้มขึ้นแล้วยังรู้สึกว่าหนา หรือเหนียงทั้งที่น้ำหนักตัวไม่ได้เกิน แปลว่าตัวปัญหาคือไขมันสะสมใต้ผิว ซึ่งการยกอย่างเดียวจะไม่พอ ต้องจัดการไขมันด้วย

ถ้าคำตอบคือ “มีทั้งสองอย่าง” → ทำคู่กัน

ในทางปฏิบัติ เคสส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาปรึกษามักตกอยู่ในข้อนี้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันมักสะสมในตำแหน่งที่ไม่ต้องการพร้อม ๆ กับที่โครงหน้าเริ่มหย่อน

ทำไมทำคู่กันได้ผลกว่าทำอย่างเดียว

ลองนึกภาพผ้าม่านที่หนักและมีขนแขวนหย่อน ถ้าคุณแค่ยกราวขึ้น ผ้าม่านก็ยังหนักและถ่วงลงมาอยู่ดี แต่ถ้าลดน้ำหนักผ้าลงด้วย การยกจะได้ผลดีกว่ามาก

ในบนหน้าก็ทำงานคล้ายกัน RF ช่วยลดภาระที่ถ่วงลง ส่วน HIFU ช่วยยกโครงขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงเสริมฤทธิ์กัน (Synergistic Effect) ได้ทั้งกรอบหน้าที่คมชัดขึ้นและผิวที่แน่นกระชับขึ้นไปพร้อมกัน

ที่ Dr. KIM Clinic เรานำเข้าโปรแกรม COOLTERA ซึ่งผสาน Liftera 2 และ Coolfase ไว้ในโปรแกรมเดียว อ่านรายละเอียดโปรแกรมเต็มได้ที่บทความ รีวิว COOLTERA โปรแกรมกู้หน้าเรียวคูณสอง

เตรียมตัวก่อนทำและดูแลตัวเองหลังทำ

ก่อนทำ

  • แจ้งแพทย์หากเคยทำโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหมมาก่อน พร้อมระบุตำแหน่งและระยะเวลา เพื่อให้แพทย์วางแผนการอิงหลบตำแหน่งที่จำเป็น
  • แจ้งโรคประจำตัวและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ฝังในร่างกาย เพราะบางกรณีเป็นข้อห้ามของการใช้พลังงานบางชนิด
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนทำ และมาด้วยผิวที่ปราศจากเครื่องสำอาง

หลังทำ

  • โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตและแต่งหน้าได้ตามปกติ
  • อาจรู้สึกตึงหรือกดเจ็บเล็กน้อยในบางจุด ซึ่งจะดีขึ้นเองในไม่กี่วัน
  • ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ยังทำงานต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมิน

ให้หมอคิมวิเคราะห์รูปหน้าให้ฟรี — ประเมินว่าปัญหาของคุณอยู่ชั้นไหน ควรใช้พลังงานแบบใด ทักไลน์ @doctorkimcnx หรือโทร 084-609-2027

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า

HIFU เจ็บไหม ต้องแปะยาชาหรือเปล่า?

ความรู้สึกจะเป็นแบบจี๊ดเป็นจุด ตามจังหวะที่เครื่องปล่อยพลังงาน เครื่องรุ่นใหม่อย่าง Liftera 2 ที่ใช้เทคโนโลยี TDT ช่วยให้ความรู้สึกนี้ลดลงมากเมื่อเทียบกับ HIFU รุ่นเดิม การใช้ยาชาขึ้นกับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน แจ้งแพทย์ได้เสมอ

ทำครั้งเดียวเห็นผลเลยไหม กี่เดือนถึงเห็นผลเต็มที่?

ส่วนใหญ่จะรู้สึกได้บ้างทันทีจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงมาจากคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายค่อย ๆ สร้างขึ้น จึงจะเห็นชัดเจนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำ

ทำร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม?

ทำร่วมกันได้และมักให้ผลดีกว่าทำอย่างเดียว เพราะแก้คนละปัญหา เครื่องยกกระชับจัดการเรื่องความหย่อนและไขมัน ฟิลเลอร์ เติมปริมาตรที่หายไป ส่วน โบท็อกซ์ จัดการริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า แพทย์จะเป็นผู้วางลำดับและระยะห่างให้เหมาะสม

HIFU กับฟิลเลอร์ ควรเลือกอันไหนก่อน?

ขึ้นกับต้นเหตุของปัญหา ถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อนและกรอบหน้าหายไป ควรดูแลเรื่องการยกก่อน แต่ถ้าปัญหาคือปริมาตรที่หายไป เช่น คางถอย ควรเริ่มที่การเติมโครงหน้าก่อน ในหลายเคสคำตอบคือทำทั้งสองอย่างตามลำดับที่แพทย์ประเมิน

ใครที่ไม่ควรทำเครื่องยกกระชับ?

ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง จึงจำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทำทุกครั้ง

ยกกระชับหน้าที่ไหนดีในเชียงใหม่ ควรดูอะไร?

ดูว่าแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการและประเมินสภาพผิวก่อนทำหรือไม่ เครื่องผ่านการรับรองและอยู่ในสภาพที่ดูแลดีหรือไม่ และคลินิกอธิบายได้ไหมว่าปัญหาของคุณอยู่ชั้นไหนและควรใช้พลังงานแบบใด ไม่ใช่แค่เชียร์เครื่องที่คลินิกมี

สรุป

คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ “HIFU หรือ RF อันไหนดีกว่ากัน” แต่คือ “ปัญหาของฉันอยู่ชั้นไหน” เพราะสองเทคโนโลยีนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำงานคนละชั้นผิวและแก้คนละปัญหา

ถ้าปัญหาคือความหย่อนจากชั้นลึก HIFU ตอบโจทย์กว่า ถ้าปัญหาคือไขมันและความเฟิร์มของผิว RF ตอบโจทย์กว่า และถ้ามีทั้งสองอย่างพร้อมกันซึ่งพบได้บ่อยที่สุด การทำคู่กันให้ผลดีกว่าการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ยินดีให้ทุกท่านเข้ามาปรึกษา วิเคราะห์รูปหน้าได้ฟรีกับหมอคิม ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ข้อมูลผู้เขียน: นพ.พงศ์พันธ์ ศิรินภาพันธ์ (PONGPUN SIRINAPAPUN, M.D.) เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.49913 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล Dr. KIM Clinic เชียงใหม่

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์เป็นรายบุคคลได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนรับบริการทุกครั้ง · เลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาล 50101009062 · ใบอนุญาตโฆษณา ผสพ.ชม.263/2568

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — ตรวจสอบทะเบียนเครื่องมือแพทย์: fda.moph.go.th

แชร์บทความนี้

ปรึกษาแพทย์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดหรือประเมินเคสของคุณกับหมอคิมได้โดยตรง

ทักไลน์ปรึกษาฟรี
กลับไปหน้าบทความ
จองคิวผ่านไลน์